Recipes/Menus

A Study on Identify of Architecture in Nakhonchum Historical Community, Amphor Muang, Kamphaeng Phet.

Description
A Study on Identify of Architecture in Nakhonchum Historical Community, Amphor Muang, Kamphaeng Phet.
Categories
Published
of 15
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Related Documents
Share
Transcript
  การศกษาอตลกษณของสถาปัตยกรรมเรอนแถวยานประวตศาสตรชมชนนครชม   ต.นครชม อ.เมอง   จ.กาแพงเพชร   A Study on the Identify of Architecture in Nakhonchum Historical Community, Amphor Muang, Kamphaeng Phet. ผ  วจย  น.ส.ฐตมา คายา, ผศ.ดร.สพชชา โตววชญ อาจารยท ปรกษา   สาขาวชา สถาปัตยกรรมพ นถ น มหาวทยาลยศลปากร   บทคดยอ   ชมชนนครชมเปนชมชนท ประกอบไปดวยวฒนธรรมท หลากหลาย ซ งเปนท นาสนใจวา วฒนธรรมตางๆ ท ผานชวงเวลายาวนานยงคงปรากฏใหเหนอย ในปัจจบน ดวยเหตน จงทาใหเกดขอสงเกตดาน มมมองการใหความสาคญกบอตลกษณของชมชนข น   งานวจยน เปนการศกษาอตลกษณของเรอนแถวบรเวณยานประวตศาสตรชมชนนครชม ซ งจะ ใหความสาคญกบการบนทกขอมลจากผ  เปนเจาของวฒนธรรมโดยตรง โดยใชเคร องมอการวจยดงน คอ เคร องมอแบบสมภาษณ เปนเคร องมอท ใชบนทกขอมลเก ยวกบอตลกษณในดานตางๆ ซ งเปนชดคาถาม ปลายเปด และเคร องมอแบบสอบถาม เปนเคร องมอท ใชบนทกความคดเหนของกล มประชากรตวอยางใน ดานอตลกษณของเรอนแถวโดยใชรปภาพเปนส อในการหาคาตอบ ซ งเคร องมอวจยท งสองน สรางจากกรอบ แนวคดหลก 2 กรอบ ไดแกกรอบแนวคดเร องอตลกษณ (Identity) ประกอบไปดวยทฤษฎการนยามลกษณะ เดนของตนเองซ งอาจมไดหลายอยาง เพ อใชเปนกรอบแนวคดในการศกษาความเปนตวตนและความเปนมา ของชาวชมชนนครชม และศกษาการแสดงอตลกษณของตนเองตอบคคลอ น ท งในบคคลกล มเดยวกนและ บคคลตางกล ม รวมถงทฤษฎสมพทธนยมของอตลกษณ เพ อใชเปนกรอบแนวคดในการศกษาเร องอตลกษณท  เปล ยนแปลงตามบรบท เวลา และสถานการณตางๆ และกรอบแนวคดเร องการสานกในถ นท  (Sense of  place)   เพ อศกษาถงอตลกษณตางๆ ท อย ในจตสานกท แทจรงของคนในชมชน ท งน เพ อศกษาถงความ หลากหลายของอตลกษณ ดงน นจงกาหนดใหมประชากรตวอยางในการศกษาท งหมด 3 กล ม ไดแก กล มคน ในชมชนนครชมเปนตวแทนของคนในพ นท ซ งเปนผ  ใกลชดกบวฒนธรรมโดยตรง กล มเทศบาลเปนตวแทน ของผ  มอานาจในการบรหารและพฒนาพ นท  และกล มนกทองเท ยวเปนตวแทนของคนนอกซ งเปนผ  ท สมผส วฒนธรรมเพยงแคภายนอกเทาน น ผลจากการเกบขอมลน นพบวาประชากรตวอยางแตละกล มมมมมองดานอตลกษณแตกตางกน ซ งมปัจจยตางๆ เปนส งท ทาใหมมมองของแตละบคคลตางกนออกไป เชน ปัจจยดานประสบการณของแตละ  บคคล ปัจจยดานระยะเวลาท อาศยอย ในพ นท ของแตละบคคล ปัจจยดานความทรงจาของแตละบคคล หรอ ปัจจยการเลอกรบร  อตลกษณของแตละบคคล เปนตน จากการศกษาพบวา คนในชมชนกสามารถรบร    อตลกษณของตนเอง และนาอตลกษณน นๆ มาใชไดอยางเหมาะสมเชนกนเม ออย ในบรบทตางๆ ท แตกตางกน รวมถงเม อศกษาอตลกษณของเรอนแถวซ งเปนอตลกษณท ถกใหความสาคญมากท สดน นพบวา ประชากร ตวอยางแตละกล มตางกมภาพความทรงจาเก ยวกบเรอนแถวท แตกตางกนเชนเดยวกน ดงน นจงทาใหการแสดง ความคดเหนเก ยวกบอตลกษณของเรอนแถวแตกตางกน อาจสรปไดวาอตลกษณเรอนแถวยานประวตศาสตร ชมชนนครชมน น เปนภาพความทรงจาท เกดจากความค  นชนของผ  ใหขอมล อกท งยงเกดจากประสบการณใน การรบร  ขอมลของแตละบคคลดวย ซ งจากผลการศกษาน นพบวาชมชนใหความสาคญกบการเปล ยนแปลงไป ตามระยะเวลา หรอบรบทท เปล ยนแปลงไปตามสถานการณท เกดข น ณ ชวงเวลาปัจจบนดวยน นเอง   การศกษาอตลกษณท ผานมาน น ทาใหไดขอสงเกตวาอตลกษณเปนส งท ล นไหล ไมม ขอกาหนดตายตว สามารถเปล ยนแปลงไดเสมอโดยข นอย กบสถานการณและความเหมาะสม   ซ งข นอย กบตว แปรตางๆ ท งตวแปรภายในบคคลเอง และตวแปรจากภายนอก ดงน นในการกลาวถงลกษณะของอตลกษณน  จงตองกลาวถงตวแปรซ งเปนส งท อธบายถงความหลากหลายน ดวย   คาสาคญ  :   อตลกษณ เรอนแถว ยานประวตศาสตรชมชนนครชม   Abstract  Nakhonchum is the locality filled with a variety of cultures which have lasted for ages and, interestingly, are still prevalent until today. For this reason, the researcher has focused on how local identity is emphasized. This study aims at studying the identity of row houses near the historical area of Nakhonchum. The data were collected directly from the locals by using interviews to elicit the aspects of identity and a questionnaire to collect the participants’ opinions of the identity of the houses based on two conceptual frameworks: Identity and sense of place. First, the conceptual framework of identity consists of The theory defining characteristic of its own which was used to study the identity, background of Nakhonchum people and how they presented their identity to others within the same identity group and elsewhere. Also, the theory of relativism is included in this framework to study the changing identity according to contexts, time, and situations. Second, the conceptual framework concerning the sense of place was applied to examine the perceptions   of the locals. In order to study the diversity of the identity, the samples were divided into three groups as follows: 1.  Nakhonchum people representing the locals who were close to the cultures, 2. Municipal authorities who represented people in charge of the management and the development of the locality, and 3. Visitors representing the outsiders who knew the cultures on a superficial level.  Findings revealed that the samples from each group showed different views of identity due to several factors. These factors included individual experiences, how long they had lived in the locality, individual recollections, and individual perceptions towards the identity. Thus, it can be seen that identity was flexible. There was no fixed condition of what is regarded as identity. Identity can be changeable depending on situations and suitability. The present study found that the locals recognized their own identity and applied their identity appropriately in different contexts. Moreover, the study of the identity of the houses revealed that each sample group yielded different recollections which might have caused varied opinions towards the identity of the houses. It can then  be concluded that the identity of the houses near the historical area of Nakhonchum was the recollections created from the familiarity of the participants as well as the individual experiences to perceive information. It was also found that the locality put emphasis on the change of identity due to time and current situations. In conclusion, based on the findings from this study, identity was what  people use to present who they are as appropriate, and identity was various depending on individual factors and external factors. Therefore, when considering the characteristics of the identity, several factors must be taken into account in order to explain such variety.   Key Words :  Identify, Row House, Nakhonchum Historical Community บทนา   ชมชนนครชมต งอย ท  ตาบลนครชม อาเภอ เมอง จงหวดกาแพงเพชร เมองนครชมมประวตศาสตรความเปนมาและวถชวตผ  คนอยางยาวนานต งแตอดตจนถง ปัจจบน ดวยเหตท ภมศาสตรของเมองนครชมมแมน  าปงเปนเสนทางคมนาคมอนสาคญ จงเปนส งท เช อมโยงใหเกด การสงผานวฒนธรรมระหวางผ  คนภาคเหนอกบภาคกลาง เน องจากนครชมเปนพ นท กลางระหวางผ  คนท งสองภาค จง ทาใหเกดการต งถ นฐานของกล มชนในบรเวณน ข น ซ งจะ   ประกอบไปดวยผ  คนหลากหลายเช อชาต ดงเชน จน พมา กะเหร ยง ขม หรอไทยพ นถ นเองกตาม และม ความสาคญย งข นอยางตอเน องเม อเกดศนยกลางการคาข น อนประกอบไปดวยการคาท งทางบกและทางน  า   ดงน นสถาปัตยกรรมท เกดข นจากการมตนทนทางเศรษฐกจท ด และมสภาพกายภาพพ นท ท หลากหลายอย ใน แหงเดยวกนน จงนบไดวาเปนส งท นาสนใจ และอาจกลาวไดวาเปนส งท มคณคาแกการศกษาดวยเชนกน ดงน นงานวจยน  จงทาการศกษาถงตนกาเนดของเรอนแถวยานประวตศาสตรชมชนนครชมดวย   รปท   1 ตลาดนครชมในอดต   ท มา : ปายนทรรศการในงานตลาดยอนยคชมชนนครชม    ท งน  เน องจากในปัจจบนปรากฏการ นาเอาอตลกษณ หรอความเกาแกของชมชนท เปนตลาด เกามาใชประโยชนในเชงธรกจการคามากข น อกท งยง เกดปฏกรยาการโหยหาอดต หรอการหวนคานงถงอดต ตางๆ มากข น ดงจะเหนไดจากจานวนของตลาดเกาท เปนแหลงทองเท ยวตางๆ ท เกดข นใหมในปัจจบน เชนเดยวกนกบชมชนนครชมน เอง ซ งในปัจจบนไดมการจดงานตลาดยอนยคชมชนนครชมข น เพ อหวนกลบมาคานงถงความสาคญในการเปนศนยกลางการคา ในอดต อกท งยงเปนการเพ มรายไดใหกบชมชนดวย แตดวยการจดสรางน  เปนการนาเอาอตลกษณท มประโยชนในเชงการคามาใชเปนสวนมาก   จนทาให อตลกษณท แทจรงน นถกบดบงไป หากเรามองถง อตลกษณท แทจรงและสบเน องมาจนถงปัจจบน จะเหน ไดวาเรอนแถวท อย อาศยของชมชนน นเองกเปนสวน   หน งของอตลกษณชมชนเชนกน เน องจากเปนส งท  แสดงถงวถชวตความเปนอย ของชมชนได ดวยความท ชมชนนครชมประกอบไปดวยวฒนธรรมท หลากหลาย   ซ งเปนผลมาจากการอย รวมกนของหลายเช อชาตน น   การศกษาดานความหลากหลายของอตลกษณท ปรากฏใน พ นท จงเปนส งท นาสนใจ และสาคญตอการพฒนาอยางย งเม อขอมลท ถกบนทกน นเปนการเกบขอมลท มาจาก คนใน หรอผ  สรางวฒนธรรมโดยตรง ดงน นจงเกดการศกษาวจยดานความหลากหลายของอตลกษณ หรอความล นไหลของอตลกษณน ข น   วตถประสงคของการวจย 1. เพ อศกษาความหลากหลายของอตลกษณเรอนแถวยานประวตศาสตรชมชนนครชม  2. เพ อศกษาการเกดและการพฒนาการของสถาปัตยกรรมเรอนแถวยานประวตศาสตรชมชนนครชม   รปท   3  ตลาดยอนยคนครชมในปัจจบน   รปท   2  ตลาดยอนยคนครชมในปัจจบน   ท มา :  ฐตมา คายา, 8 มถนายน 2556  ท มา :  ฐตมา คายา, 8 มถนายน 2556    วธการวจย   การศกษาน มประชากรตวอยางในการศกษา 3 ประเภท ไดแก คนในชมชนซ งเปนตวแทนของผ   ใกลชดวฒนธรรมหรอคนใน นกทองเท ยวซ งเปนตวแทนของผ  ซมซบวฒนธรรมผานการทองเท ยวหรอคน นอก และเทศบาลซ งเปนตวแทนของผ  มอานาจในการพฒนาพ นท หรอการจดตลาดยอนยคชมชนนครชม รวมถงการเปนคนนอกดวย อกท งผ  วจยเองกมสวนในการเกบขอมลแบบสงเกตการณ ท งน มข นตอนการ ดาเนนงานวจยประกอบไปดวย 3 สวนหลก จะกลาวดงตอไปน   1. การเกบขอมลภาคสนาม  1.1 ศกษาการเกดและพฒนาการของเรอนแถวของชมชน โดยการศกษาจากหลกฐานเอกสารตางๆ บนทกขอมลจากการสมภาษณคนเกาแก หรอผ  มความร  ในชมชน รวมถงการสงเกตและวเคราะหรปแบบเรอนแถวท ปรากฏในพ นท    1.2  ศกษาอตลกษณของสถาปัตยกรรมเรอนแถวชมชนนครชม โดยผ  วจย   เปนหน งในฐานะคนนอกพ นท  จะทาการสงเกตการณเบ องตนเพ อคนหาองคประกอบท มการซ  ากนของเรอน แถวในแตละหลง แลวทาการเกบบนทกขอมลเปนรปถาย และจดเปนชดขอมล  1.3  บนทกขอมลของสถาปัตยกรรม ไดแก การถายภาพเรอนแถว และองคประกอบตางๆ เพ อเปนตวแทนในการแสดงแบบเรอนแถว   1.4  สรางแบบสมภาษณ โดยประกอบไปดวยชดคาถามตางๆ ซ งเปนคาถามปลายเปด และนาชดขอมลภาพถายมาจดทาเปนแบบสอบถาม ( Questionnaire ) เพ อคนหาอตลกษณของเรอนแถวชมชน นครชมจากสายตาของคนในพ นท   1.5 ทาการสมภาษณกล มประชากรตวอยาง 2 กล ม ไดแก ชมชนและเทศบาล โดยใชเคร องมอแบบสมภาษณในการบนทกขอมลใน 3 ประเดน ไดแก อตลกษณของชมชน การสานกในถ นท  และ การเปนแหลงทองเท ยว ซ งจะทาการสมภาษณในชวงเวลา 13.00 - 16.00 น.   1.6 ทาการบนทกขอมลจากกล มประชากรตวอยางท ง 3 กล ม ในดานอตลกษณของเรอนแถวยานประวตศาสตรชมชนนครชม ซ งจะทาการสมภาษณในชวงเวลา 13.00 - 16.00 น. และชวง 18.00-20.00  น.   1.7  นาขอมลท งหมดมาจดเปนชดขอมลในแตละดาน   พนท ศกษา   คลองสวนหมาก   รปท   4 ขอบเขตพ  นท การศกษา   ท มา : Google earth  
Search
Tags
Related Search
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks